รู้ให้ชัดก่อนใช้ยาคุมกำเนิด

วิธีการคุมกำเนิดนั้นมีอยู่หลายวิธี เช่นการสวมถุงยางอนามัยขณะที่มีเพศสัมพันธ์ หรือการใช้ยาคุมกำเนิดโดยวิธีฉีด ฝัง และที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือการกินยาคุมกำเนิด ซึ่งหลายคนนั้นไปซื้อยาคุมกำเนิดมาโดยที่ไม่ได้ปรึกษากับเภสัชกร อาจจะทำให้การใช้ยาคุมกำเนิดนั้นไม่ถูกต้องได้ วันนี้จะพาไปทำความรู้จักยาคุมกำเนิดก่อนใช้กันเลย
ยาคุมกำเนิดคืออะไร
ยาคุมกำเนิด เป็นวิธีคุมกำเนิดที่บรรจุฮอร์โมนเพศหญิง คือ เอสโตรเจน (Estrogen) และโปรเจสเตอโรน (Progesterone) เพื่อออกฤทธิ์ต่อการทำงานของอวัยวะสืบพันธุ์ยับยั้งการตกไข่ ซึ่งเป็นวิธีที่ค่อนข้างได้รับความนิยม เพราะสามารถซื้อได้ง่าย หากรับประทานยาถูกวิธีจะทำให้สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ แต่มีคนไม่น้อยที่มีความเชื่อผิด ๆ หรือรับประทานยาคุมกำเนิดที่ผิดวิธี ซึ่งอาจนำมาถึงปัญหาการตั้งครรภ์ได้ โดยยาคุมกำเนิดจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้
- ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม (Combined Oral Contraceptive – COC) จะประกอบด้วยฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสโตเจนรวมกันในเม็ดเดียว โดยยาคุมชนิดนี้จะมีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์สูงมาก หากรับประทานอย่างสม่ำเสมอ และยังมีผลดีทำให้ประจำเดือนมาตรงเวลาอย่างสม่ำเสมอ อาจปวดประจำเดือนน้อยลงได้
- ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนเดี่ยว (Progestrogen-only pills – POP) จะมีฮอร์โมนโพรเจสเตอโรนเพียงอย่างเดียว ยาคุมชนิดนี้ในหนึ่งแผงจะมีทั้งหมด 28 เม็ด รับประทานได้ทุกวันโดยไม่ต้องหยุด เมื่อรับประทานหมดแล้วก็สามารถรับประทานแผงใหม่ต่อได้เลย เป็นชนิดที่ผลิตออกมาเพื่อลดอาการข้างเคียงจากฮอร์โมนเอสโตรเจน
- ยาคุมกำเนิดชนิดเม็ดแบบฉุกเฉิน (Emergency contraception pill) มักใช้เฉพาะในยามฉุกเฉิน เช่น ถุงยางแตก หรือรั่ว เป็นต้น
ข้อดีของยาคุมกำเนิด
ยาคุมกำเนิดจะมีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดสูงสุดถ้าหากทานได้อย่างถูกต้อง เมื่อหยุดใช้สามารถกลับมามีบุตรได้ นอกเหนือจากการคุมกำเนิดแล้วยาคุมยังมีประโยชน์ด้านอื่นๆ เช่น ลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งรังไข่ และมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ทำให้อาการสิวดีขึ้น ปวดประจำเดือนลดลง เพิ่มมวลกระดูก ลดการสร้างฮอร์โมนเพศชายจากโรคถุงนำในรังไข่ (polycystic ovary syndrome) ลดเลือดออกจากมดลูก ประจำเดือนมาไม่มาก และตรงเวลา ลดอาการก่อนประจำเดือน (premenstrual Dysphonic Disorder, PMDD) เป็นต้น
วิธีกินยาคุมกำเนิด
ยาคุมกำเนิดชนิดเม็ดแต่ละแผง จะมีส่วนประกอบของฮอร์โมนเพศหญิง ที่มีคุณสมบัติในการยับยั้งการตกไข่ ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการตั้งครรภ์ หากหยุดกินก็สามารถกลับมามีโอกาสตั้งครรภ์ได้ตามปกติ การจะคุมกำเนิดด้วยวิธีนี้ให้ได้ผลมากที่สุด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ อย่าลืมเช็กวันหมดอายุที่ระบุไว้บนแผง เพราะหากยาหมดอายุแล้ว ก็จะทำให้ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดลดลง

