Hope through Science, Strength through Support

วิธีการแคะหูให้ปลอดภัย
16, Sep 2026
ไขข้อสงสัย แคะหูบ่อย ๆ มีความอันตรายหรือไม่?
วิธีการแคะหูให้ปลอดภัย

โดยปกติแล้วเมื่อเรามีอาการคันหู มักจะใช้คอตตอนบัด หรือไม้แคะหู เพื่อลดอาการคัน รวมทั้งยังช่วยทำความสะอาดได้อีกด้วย แต่ความจริงแล้วเมื่อเรามีอาการคันหู หรือมีขี้หูจะไม่จำเป็นต้องใช้คอตตอนบัดเลยด้วยซ้ำ เนื่องจากกลไกของร่างกายตามธรรมชาติแล้ว จะสามารถกำจัดขึ้นหูออกไปได้ด้วยการเคี้ยวอาหาร หรือการพูดคุยทั่ว ๆ ไป อีกทั้งการแคะหูยังไม่ก่อให้เกิดผลดีต่อร่างกายอีกด้วย ดังนั้นเราควรทำความสะอาด และดูแลรูหูอย่างถูกวิธี เพื่อป้องกันความปลอดภัยให้ได้มากที่สุด

แคะหูด้วยคอตตอนบัด ก่อให้เกิดความอันตรายหรือไม่

สำหรับการใช้คอตตอนบัด จะทำให้เกิดการกระตุ้นการทำงานของต่อมที่สร้างขี้หู และเมื่อมีขี้หูเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เราก็จะยิ่งต้องใช้คอตตอนบัดมาแคะหู ซึ่งวิธีนี้ไม่ได้ทำให้ขี้หูหมดแต่อย่างใด แต่จะเป็นการทำให้ขี้หูเข้าไปอัดแน่นในรูหูได้มากกว่าเดิม และทำให้ขี้หูเข้าไปได้ลึกมากยิ่งขึ้น จนก่อให้เกิดขี้หูอุดตันได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะในช่วงวัยเด็ก และผู้สูงอายุ ซึ่งวัยเหล่านี้จะเป็นวัยที่ยังบอกถึงอาการเกี่ยวกับรูหูไม่ได้นั่นเอง 

ดังนั้นในวัยเหล่านี้จึงควรได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด และคอยสอบถามความผิดปกติของหู อย่างเช่น มีอาการหูอื้อ หรือได้ยินไม่ชัด เป็นต้น และหากใครที่มีอาการเหล่านี้ ควรรีบเข้าไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยด่วน เพราะหากละเลยภาวะขี้หูอุดตันโดยไม่เข้ารับการรักษาที่ถูกต้อง สามารถก่อให้เกิดความอันตรายถึงขั้นสูญเสียการได้ยินได้เลยทีเดียว

แนะนำวิธีการแคะหูให้ปลอดภัย

สำหรับวิธีการแคะหูให้ปลอดภัยที่สุดจะมีอยู่วิธีเดียวเท่านั้น คือ การแคะหูด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะแพทย์จะส่องกล้องภายในรูหู และใช้เครื่องมือโดยเฉพาะนำขี้หูออกมา โดยไม่มีการสัมผัสกับตัวเยื่อบุ หรือผนังหูโดยเด็ดขาด แต่หากไม่สามารถเข้าพบแพทย์ได้ในทันที ก็สามารถทำความสะอาดข้างหน้า และข้างหลังใบหูได้ด้วยตนเอง รวมทั้งการใช้เบบี้ออยล์ หรือไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ หยดลงรูหูเพียงเล็กน้อย เพื่อให้ขี้หูอ่อนตัวลง และสามารถแคะออกได้ง่ายยิ่งขึ้น

ถ้าหากใครที่หูยังมีภาวะเป็นปกติ จะไม่ควรแคะหู หรือใช้คอตตอนบัดทำความสะอาดรูหูแต่อย่างใด เพราะจริง ๆ แล้วการแคะหูควรเป็นหน้าที่ของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น และนอกจากนี้หากใครทำกิจกรรมดำน้ำ หรือว่ายน้ำ มักจะมีอาการเกี่ยวกับหูได้มากกว่าบุคคลทั่ว ๆ ไป เนื่องจากน้ำจะสามารถเข้าหูได้ง่าย และอาจจะมีสิ่งสกปรกรวมเข้าไปอยู่ในรูหูด้วยเช่นกัน ดังนั้นหากใครมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นกับรูหู ควรรีบเข้าไปพบแพทย์ในทันที 

Related Posts

การเพิ่มความยืดหยุ่นเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ

ความยืดหยุ่นของร่างกายเป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันการบาดเจ็บและส่งเสริมสุขภาพที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำหรือนักกีฬา การมีความยืดหยุ่นที่ดีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเคลื่อนไหว ลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ และช่วยให้กล้ามเนื้อฟื้นตัวได้เร็วขึ้น บทความนี้จะนำเสนอวิธีการเพิ่มความยืดหยุ่นของร่างกาย ประโยชน์ที่ได้รับ และเทคนิคต่างๆ ที่สามารถนำไปปฏิบัติได้ในชีวิตประจำวัน เพื่อช่วยให้คุณมีสุขภาพที่แข็งแรงและห่างไกลจากการบาดเจ็บ 1. ความสำคัญของความยืดหยุ่นต่อร่างกาย ความยืดหยุ่นเป็นคุณสมบัติสำคัญของร่างกายที่ช่วยให้เราสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระและมีประสิทธิภาพ โดยความยืดหยุ่นที่ดีจะช่วยเพิ่มช่วงการเคลื่อนไหวของข้อต่อและกล้ามเนื้อ ทำให้การทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันเป็นไปอย่างราบรื่น นอกจากนี้ ความยืดหยุ่นยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บจากการออกกำลังกายหรือการเล่นกีฬา เนื่องจากกล้ามเนื้อและเอ็นที่มีความยืดหยุ่นดีจะสามารถรับแรงกระแทกและการเคลื่อนไหวที่รุนแรงได้ดีกว่า การมีความยืดหยุ่นที่ดียังช่วยปรับปรุงท่าทางและการทรงตัว…

สุขภาพจิตยั่งยืน เคล็ดลับการดูแลตัวเองในยุคดิจิทัล

ในโลกยุคดิจิทัลที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและความกดดัน การดูแลสุขภาพจิตให้แข็งแรงและยั่งยืนเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เทคโนโลยีและสื่อสังคมออนไลน์ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของเรา แม้จะมีประโยชน์มากมาย แต่ก็อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตได้หากไม่รู้จักใช้อย่างเหมาะสม บทความนี้จะนำเสนอเคล็ดลับการดูแลสุขภาพจิตให้ยั่งยืนในยุคดิจิทัล เพื่อให้คุณสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและสมดุลท่ามกลางความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี 1. การจัดการเวลาหน้าจออย่างชาญฉลาด การใช้เวลาหน้าจอมากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตและร่างกาย การจัดการเวลาหน้าจออย่างชาญฉลาดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เริ่มต้นด้วยการกำหนดเวลาใช้อุปกรณ์ดิจิทัลในแต่ละวัน และพยายามทำตามแผนที่วางไว้ ใช้แอพพลิเคชันติดตามการใช้งานหน้าจอเพื่อให้ตระหนักถึงพฤติกรรมการใช้งานของตนเอง กำหนดช่วงเวลาปลอดการใช้อุปกรณ์ดิจิทัล โดยเฉพาะก่อนนอนและระหว่างมื้ออาหาร เพื่อให้มีเวลาพักผ่อนและมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างมากขึ้น นอกจากนี้ ควรหากิจกรรมอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการใช้หน้าจอ…

เติมพลังบวก: สร้างนิสัยใหม่เพื่อต้านทานภาวะหมดไฟในระยะยาว

ในยุคที่ความเร่งรีบและแรงกดดันจากการทำงานหรือชีวิตประจำวันกลายเป็นสิ่งปกติ ภาวะหมดไฟ (Burnout) กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวสำหรับหลายคน การเหนื่อยล้าอย่างต่อเนื่อง ความรู้สึกขาดแรงจูงใจ หรือแม้แต่ความเครียดสะสม ล้วนส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพจิต การเติมพลังบวกและการสร้างนิสัยใหม่ ๆ จึงไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือย แต่เป็นวิธีการป้องกันภาวะหมดไฟในระยะยาวอย่างยั่งยืน เข้าใจภาวะหมดไฟก่อนลงมือแก้ไข ภาวะหมดไฟไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะทำงานหนักเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับความคาดหวังที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง การขาดการพักผ่อนที่เพียงพอ และวิธีจัดการกับความเครียดที่ไม่เหมาะสม ผู้ที่ประสบภาวะนี้มักรู้สึกหมดแรงในการทำงาน สูญเสียความสนใจในกิจกรรมที่เคยชอบ และบางครั้งอาจเกิดอาการทางร่างกาย…