ไขข้อสงสัย แคะหูบ่อย ๆ มีความอันตรายหรือไม่?

โดยปกติแล้วเมื่อเรามีอาการคันหู มักจะใช้คอตตอนบัด หรือไม้แคะหู เพื่อลดอาการคัน รวมทั้งยังช่วยทำความสะอาดได้อีกด้วย แต่ความจริงแล้วเมื่อเรามีอาการคันหู หรือมีขี้หูจะไม่จำเป็นต้องใช้คอตตอนบัดเลยด้วยซ้ำ เนื่องจากกลไกของร่างกายตามธรรมชาติแล้ว จะสามารถกำจัดขึ้นหูออกไปได้ด้วยการเคี้ยวอาหาร หรือการพูดคุยทั่ว ๆ ไป อีกทั้งการแคะหูยังไม่ก่อให้เกิดผลดีต่อร่างกายอีกด้วย ดังนั้นเราควรทำความสะอาด และดูแลรูหูอย่างถูกวิธี เพื่อป้องกันความปลอดภัยให้ได้มากที่สุด
แคะหูด้วยคอตตอนบัด ก่อให้เกิดความอันตรายหรือไม่
สำหรับการใช้คอตตอนบัด จะทำให้เกิดการกระตุ้นการทำงานของต่อมที่สร้างขี้หู และเมื่อมีขี้หูเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เราก็จะยิ่งต้องใช้คอตตอนบัดมาแคะหู ซึ่งวิธีนี้ไม่ได้ทำให้ขี้หูหมดแต่อย่างใด แต่จะเป็นการทำให้ขี้หูเข้าไปอัดแน่นในรูหูได้มากกว่าเดิม และทำให้ขี้หูเข้าไปได้ลึกมากยิ่งขึ้น จนก่อให้เกิดขี้หูอุดตันได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะในช่วงวัยเด็ก และผู้สูงอายุ ซึ่งวัยเหล่านี้จะเป็นวัยที่ยังบอกถึงอาการเกี่ยวกับรูหูไม่ได้นั่นเอง
ดังนั้นในวัยเหล่านี้จึงควรได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด และคอยสอบถามความผิดปกติของหู อย่างเช่น มีอาการหูอื้อ หรือได้ยินไม่ชัด เป็นต้น และหากใครที่มีอาการเหล่านี้ ควรรีบเข้าไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยด่วน เพราะหากละเลยภาวะขี้หูอุดตันโดยไม่เข้ารับการรักษาที่ถูกต้อง สามารถก่อให้เกิดความอันตรายถึงขั้นสูญเสียการได้ยินได้เลยทีเดียว
แนะนำวิธีการแคะหูให้ปลอดภัย
สำหรับวิธีการแคะหูให้ปลอดภัยที่สุดจะมีอยู่วิธีเดียวเท่านั้น คือ การแคะหูด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะแพทย์จะส่องกล้องภายในรูหู และใช้เครื่องมือโดยเฉพาะนำขี้หูออกมา โดยไม่มีการสัมผัสกับตัวเยื่อบุ หรือผนังหูโดยเด็ดขาด แต่หากไม่สามารถเข้าพบแพทย์ได้ในทันที ก็สามารถทำความสะอาดข้างหน้า และข้างหลังใบหูได้ด้วยตนเอง รวมทั้งการใช้เบบี้ออยล์ หรือไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ หยดลงรูหูเพียงเล็กน้อย เพื่อให้ขี้หูอ่อนตัวลง และสามารถแคะออกได้ง่ายยิ่งขึ้น
ถ้าหากใครที่หูยังมีภาวะเป็นปกติ จะไม่ควรแคะหู หรือใช้คอตตอนบัดทำความสะอาดรูหูแต่อย่างใด เพราะจริง ๆ แล้วการแคะหูควรเป็นหน้าที่ของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น และนอกจากนี้หากใครทำกิจกรรมดำน้ำ หรือว่ายน้ำ มักจะมีอาการเกี่ยวกับหูได้มากกว่าบุคคลทั่ว ๆ ไป เนื่องจากน้ำจะสามารถเข้าหูได้ง่าย และอาจจะมีสิ่งสกปรกรวมเข้าไปอยู่ในรูหูด้วยเช่นกัน ดังนั้นหากใครมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นกับรูหู ควรรีบเข้าไปพบแพทย์ในทันที

